การตรวจสอบการด าเน นงาน (Performance Audit) 1. ความหมาย การตรวจสอบการด าเน นงาน (Performance Audit) เป นการตรวจสอบท เน นผลของการ ด าเน นงานท เก ดข นจร งในระหว างด าเน นการและหร อท แล วเสร จ ว าเป นไปตามว ตถ ประสงค และเป าหมายท ก าหนดไว ในแผนงบประมาณ ผลผล ต โครงการ ก จกรรม หร อไม ม ประส ทธ ภาพและสมประโยชน เพ ยงใด โดยให ความส าค ญก บผลงานท เก ดข นท งในเช งปร มาณ ค ณภาพ และการใช ทร พยากร ภายใต ระยะเวลาท ก าหนด 2. ว ตถ ประสงค การตรวจสอบการด าเน นงานม ว ตถ ประสงค ด งน 2.1 เพ อให ทราบว า ผลการด าเน นงานบรรล ผลส าเร จตามว ตถ ประสงค และเป าหมายของ แผนงบประมาณ ผลผล ต โครงการ ก จกรรม ท ก าหนดไว อย างม ประส ทธ ผล ประส ทธ ภาพ ประหย ด และ ปฏ บ ต ถ กต องตามกฎหมาย ระเบ ยบ ข อบ งค บ ระบบ ว ธ การ และหร อมาตรฐานการปฏ บ ต งานท ก าหนดไว หร อไม อย างไร 2.2 เพ อให ทราบถ งผลล พธ หร อผลกระทบท เก ดข นมาจากการด าเน นงานของส วนราชการ 2.3 เพ อต ดตามผลการด าเน นงานของส วนราชการให เป นไปตามแผนงบประมาณ ผลผล ต โครงการ ก จกรรม ท ก าหนดไว ตลอดจนประส ทธ ภาพในการด แลร กษาทร พย ส นของทางราชการ 2.4 เพ อให ข อส งเกต ข อค ดเห น และหร อข อเสนอแนะในการปร บปร งแก ไข การด าเน นงาน ตามแผนงบประมาณ ผลผล ต โครงการ ก จกรรม ของส วนราชการให เป นไปอย างม ประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผล และบรรล ผลส มฤทธ ของงานตามเป าหมายท ก าหนด 3. ประโยชน การตรวจสอบผลการด าเน นงานม ประโยชน ด งน 3.1 ช วยให การบร หาร และการด าเน นงานตามแผนงบประมาณ ผลผล ต โครงการ ก จกรรม ของส วนราชการบรรล ผลตามว ตถ ประสงค และเป าหมายอย างม ประส ทธ ภาพย งข น และหร อลดความเส ยงต อ การไม บรรล ผลส มฤทธ ของงาน 3.2 ช วยให ผ บร หารและผ ปฏ บ ต งานได ทราบถ งความก าวหน า ผลส าเร จ ของงาน ผลกระทบ ป ญหา อ ปสรรค และข อเสนอแนะในการปร บปร งแก ไขการด าเน นงานตามแผนงบประมาณ ผลผล ต โครงการ ก จกรรม ให ม ประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผล ประหย ด และบรรล ผลส มฤทธ ของงานตามเป าหมายท ก าหนด 3.3 ช วยท าให การใช ทร พยากรของประเทศเป นไปอย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประโยชน แก ประชาชนอย างแท จร ง 3.4 ช วยส งเสร มให เก ดกระบวนการก าก บด แลท ด 3.5 เป นส ญญาณเต อนภ ยล วงหน าให ก บผ บร หารและลดความเส ยงท จะท าให งานไม ส าเร จ ตามแผนงบประมาณ ผลผล ต โครงการ ก จกรรม
2 4. ข นตอนการตรวจสอบการด าเน นงาน การตรวจสอบการด าเน นงานสามารถแบ งได เป น 4 ข นตอนท ส าค ญด งน ค อ 4.1 การวางแผน (Planning) 4.2 การปฏ บ ต งานตรวจสอบ (Examination) 4.3 การรายงาน (Reporting) 4.4 การต ดตามผล (Follow-up) 4.1 การวางแผน (Planning) ม ข นตอน ด งน (1) การเล อกเร องหร อโครงการท จะตรวจสอบ ควรเร มจากการส ารวจภายในโครงสร างองค กร ของผ ตรวจสอบภายใน และศ กษาหน วยร บตรวจในเร องของการด าเน นงานตามแผนงบประมาณ ผลผล ต โครงการ ก จกรรม ซ งอาจพ จารณา ด งน (1.1) เป นโครงการหร อก จกรรมท ม ความส าค ญ และได ร บความสนใจจากหลายๆ ฝ าย (1.2) เป นโครงการหร อก จกรรมท ม ประโยชน ท จะเป นบทเร ยนในการด าเน นงานต อไป (1.3) อย ในช วงเวลาท ม ผลการด าเน นงานเก ดข นแล ว (1.4) ใช งบประมาณมาก (1.5) ทราบว าการด าเน นงานม ป ญหา อ ปสรรค (1.6) ม ผ ร บผ ดชอบ เป าหมายและว ตถ ประสงค ช ดเจน (2) การจ ดท มงานตรวจสอบ ควรประกอบด วยผ ท ม ล กษณะและความร แตกต างก นแต ละ สาขาว ชา (3) การส ารวจข อม ลเบ องต น สาระส าค ญของข นตอนน ก ค อการศ กษาและท าความเข าใจ เน องาน จ ดแข งและจ ดอ อนของเร องท จะตรวจ เพ อก าหนดประเด นท จะตรวจสอบซ งส วนใหญ จะเป นประเด น ท คาดว าจะเป นข อตรวจพบ โดยเร มจากการวางแนวการส ารวจข อม ล และท าการศ กษาเอกสาร หล กฐานของ เร องท จะตรวจ ส มภาษณ ผ ร บผ ดชอบตามแนวท วางไว หล งจากท ได ด าเน นการเสร จแล วจะต องสร ปผลการ ส ารวจข อม ลเบ องต น เพ อเป นข อม ลในการพ จารณาต ดส นใจว าจะตรวจสอบต อไปหร อไม ถ าตรวจสอบต อจะ ม ประเด นในการตรวจสอบอย างไร ซ งข นตอนน อาจด าเน นการก อนการวางแผนการตรวจสอบ หร อ ด าเน นการเม อเข าตรวจสอบ หากด าเน นการเม อเข าตรวจสอบข อม ลท ได จะช วยในการต ดส นใจตรวจสอบต อ หร อ ย ต การตรวจ หากเป นประเด นป ญหาท ช ดเจน ม ผลกระทบ หร อความเส ยหายเก ดข น จากความแตกต าง ของส งท ควรจะเป นและส งท เป นอย ก ควรวางแผนงานในการตรวจสอบต อไป แต ในกรณ ท ไม พบประเด นท เป น ข อตรวจพบส าค ญ ผ ตรวจสอบต องจ ดท าบ นท กขอย ต การตรวจสอบพร อมท งเหต ผลท ขอย ต การตรวจด วย (4) การประช มเป ดตรวจ เป นการประช มร วมก นระหว างผ บร หารและผ ร บผ ดชอบแผน งบประมาณ ผลผล ต โครงการ ก จกรรม ของหน วยร บตรวจก บคณะผ ตรวจ เพ อแจ งให ผ บร หารทราบและเข าใจ ถ งว ตถ ประสงค ในการตรวจสอบอ นเป นมารยาทซ งจะเสร มสร างท ศนคต และจะช วยก อให เก ดมน ษยส มพ นธ ท ด ต อก น ซ งรวมถ งการสอบถามความเห นของผ บร หารและเจ าหน าท ผ ร บตรวจถ งป ญหา อ ปสรรค แนวความค ด หร อแนวทางปฏ บ ต ในอนาคต
3 (5) การประเม นประส ทธ ภาพการควบค มภายใน เป นการควบค มระบบการบร หารองค กรให บรรล เป าหมายท ก าหนดไว ให เก ดประส ทธ ภาพ ประส ทธ ผล และความประหย ด (6) การวางแผนงานตรวจสอบ (Audit Program) เป นข นตอนส าค ญท ท มงานตรวจสอบต อง ร วมก นค ดและพ จารณาว าประเด นท จะตรวจสอบท ม อย น น จะม ข นตอนและว ธ การอย างไรในการรวบรวม หล กฐาน ข อม ล เพ อสร ปเป นข อตรวจพบ (Audit Finding) นอกจากน นแผนงานการตรวจสอบย งเป นเคร องม อ ส าค ญในการควบค มการปฏ บ ต งานให เป นในแนวทางท ก าหนด องค ประกอบของแผนงานตรวจสอบควรประกอบด วยสาระส าค ญ ด งน (6.1) รายละเอ ยดของเร องท ตรวจสอบ เช นช อโครงการ ช อก จกรรม ช อหน วยงาน เป นต น (6.2) ประเด นท จะตรวจสอบ (6.3) ว ตถ ประสงค ของการตรวจสอบ (6.4) ข นตอนและว ธ การในการตรวจสอบ ควรก าหนดโดยละเอ ยดในแต ละประเด น หร อ ในแต ละเร องท ตรวจสอบ และควรเข ยนให เข าใจง าย เพ อท ผ ตรวจสอบจะปฏ บ ต ตามได อย างถ กต อง (6.5) แหล งข อม ล (6.6) ผ ร บผ ดชอบในการตรวจสอบ ควรระบ ท กระด บท ร บผ ดชอบ เช น ผ ควบค มงาน ตรวจสอบ ผ ร บผ ดชอบแต ละประเด น ผ ร บผ ดชอบแต ละเร อง เป นต น (6.7) ประมาณการในเร องของเวลาท จะใช ในการตรวจสอบ เช น ว นเร ม และก าหนดเสร จ ของการตรวจสอบ ระยะเวลาท งหมด เป นต น (6.8) เกณฑ หร อมาตรฐานในการว ดท ใช ในการตรวจสอบ (6.9) กระดาษท าการอ างอ ง/แบบสอบถาม/แบบส มภาษณ 4.2 การปฏ บ ต งานตรวจสอบ เม อผ ตรวจสอบภายในได ก าหนดแผนการตรวจสอบและแผนงานตรวจสอบการด าเน นงานของ ผลผล ต โครงการหร อก จกรรมและได ร บความเห นชอบจากห วหน าส วนราชการและห วหน าหน วยงานตรวจสอบ ภายในแล ว ผ ตรวจสอบภายในควรปฏ บ ต งานตรวจสอบโดยม 4 ข นตอนด งน (1) รวบรวมข อม ล ผ ตรวจสอบภายในควรตรวจสอบ สอบถาม ส มภาษณ และรวบรวมข อม ลต างๆ ท เก ยวข อง ในระหว างการปฏ บ ต งานตรวจสอบ โดยข อม ลท รวบรวมควรม ล กษณะส าค ญด งน (1.1) ความถ กต องหร อเช อถ อได ควรเป นข อม ลหล กฐานหร อข อเท จจร งท แสดงเน อหา ตามท ต องการอย างถ กต องตามความเป นจร งและมาจากแหล งท น าเช อถ อ เช น ข อม ลหล กฐานท ได จากบ คคล/ แหล งภายนอกน าเช อถ อกว าข อม ลหล กฐานของหน วยร บตรวจ ข อม ลหล กฐานท เป นต นฉบ บน าเช อถ อกว า ภาพถ ายส าเนา เป นต น (1.2) ความเก ยวข องหร อส มพ นธ ก บประเด นการตรวจสอบ ควรเป นข อม ล หล กฐาน หร อข อเท จจร งท ม สาระส าค ญและตรงตามประเด นการตรวจสอบท ก าหนดไว ซ งจะช วยสน บสน นในการ สร ปผลการตรวจสอบ
4 (1.3) ความเพ ยงพอต อการสร ปผลการตรวจสอบ ควรม ข อม ลหล กฐานหร อ ข อเท จจร ง ในปร มาณหร อจ านวนท เพ ยงพอต อการสร ปผลการตรวจสอบได อย างสมเหต สมผลหร อใช อ างอ งให ม นใจถ ง เหต การณ ท เก ดข น ซ งท กคนสามารถสร ปความเห นได อย างเด ยวก น (1.4) ความม ประโยชน ต อการปฏ บ ต งาน ควรเป นข อม ลหล กฐานหร อข อเท จจร งท ช วย ในการควบค มและต ดส นใจของผ บร หาร เพ อให การด าเน นงานของส วนราชการบรรล เป าหมายท ก าหนด ท งน ข อม ลควรม ความท นเวลาในการใช ประโยชน และความม สาระส าค ญในการสร ปความเห นหร อต ดส นใจ (2) ว เคราะห และประเม นผล เป นการน าข อม ลท รวบรวมได มาว เคราะห และประเม นผลว าผลของสภาพการ ด าเน นงานท เก ดข นจร งม ความแตกต างก บแผนหร อเกณฑ หร อส งท ควรจะเก ดข นหร อควรจะเป นส าหร บการ ด าเน นงานน นหร อไม หากแตกต างจากแผนหร อเกณฑ หร อส งท ควรจะเป น ควรว เคราะห ต อไปว า จะเก ดผล กระทบอะไรบ าง และม สาเหต มาจากอะไร ซ งควรม การปร บปร งแก ไขการด าเน นงานหร อไม อย างไร (3) สร ปประเด นข อตรวจพบ เป นการน าข อม ลท ว เคราะห และประเม นผลได มาสร ปว าจากการตรวจสอบได ข อเท จจร งหร อข อตรวจพบอะไรบ างในแต ละประเด นการตรวจสอบ ซ งควรสร ปเป นประเด นข อตรวจพบใน 5 เร อง ด งน (3.1) หล กเกณฑ /ส งท ควรจะเป น (Criteria) ค อ ส งท ใช เป นเกณฑ ในการเปร ยบเท ยบ ก บสภาพการด าเน นงานท เก ดข นจร งของแผนงบประมาณ ผลผล ต โครงการ ก จกรรมท ตรวจสอบ ซ งส วนใหญ ได แก เกณฑ การตรวจสอบตามท ก าหนดไว ในแผนการปฏ บ ต งานตรวจสอบ (3.2) ข อเท จจร ง/ส งท เป นอย (Condition) ค อ ข อเท จจร งท ผ ตรวจสอบภายในได ค นพบ ในการตรวจสอบ และได ร บการตรวจสอบแน ช ดแล วว าถ กต องและม ข อม ลหล กฐานสน บสน น (3.3) ผลกระทบ (Effects) ค อ ความเส ยง/ผลเส ยหาย/ป ญหาท จะได ร บ เน องจากส งท เป นอย แตกต างไปจากส งท ควรจะเป น ซ งควรระบ ผลกระทบท ช ดเจนว าเก ดจากการด าเน นงานน นโดยตรงหร อ โดยอ อม ผลกระทบอาจเก ดข นได ท งด านบวกและด านลบ อย างไรก ด การพ จารณาว าผลกระทบน นม สาระส าค ญท ควรรายงานหร อไม น น อาจพ จารณาจากความมากน อยของผลกระทบ ความถ ของผลกระทบท เก ดข น ผลกระทบม ขอบเขตของการเก ดกว างไกลเพ ยงใด และม ระยะเวลาในการเก ดผลกระทบมากน อยเพ ยงใด (3.4) สาเหต (Causes) ค อ เหต ผลของความแตกต างระหว างส งท ควรจะเป นก บส งท เป นอย ซ งควรพ ส จน ให แน ช ดว าเก ดจากเหต ผลหร อสาเหต ท แท จร งใดบ าง และม ความส าค ญหร อไม อย างไร เพ อจะได น าไปส ข อเสนอแนะในการแก ไขป ญหาให ตรงก บสาเหต ท เก ดข น ซ งสาเหต ท เก ดป ญหาส วนใหญ ม ก เก ดจากการไม ม ระบบการควบค มภายในท ด หร อม ระบบการควบค มภายในแต ไม ปฏ บ ต ตามระบบท ก าหนด ท งน สาเหต อาจจ าแนกได 4 ล กษณะ ค อ
5 (3.4.1) สาเหต เด ยว (Single Factor) เป นสาเหต ท ม ป จจ ยเด ยวท ก อให เก ดป ญหา เช น การท โครงการล าช ากว าแผนท ก าหนด เน องมาจากภ ยธรรมชาต เป นต น (3.4.2) หลายสาเหต (Multiple Factor) เป นสาเหต ท ม หลายป จจ ยท ท าให เก ด ป ญหา เช น การท โครงการล าช ากว าแผนท ก าหนด เน องมาจากการก อสร างล าช าและการปฏ บ ต งานท ล าช าของ ก จกรรมอ นของโครงการ เป นต น (3.4.3) สาเหต แทรกกลาง (Intervening Factor) เป นสาเหต ท ม ป จจ ยท ท าให เก ด ป ญหาหลายประการ และแต ละประการน นเก ดข นต อเน องก นจนท าให เก ดป ญหา เช น โครงการล าช ากว าแผน ท ก าหนด เน องมาจากการก อสร างท ล าช า ซ งเก ด มาจากการส งมอบพ นท โครงการให ผ ร บเหมาก อสร างล าช า ท าให การก อสร างอย ในช วง ฤด ฝน ซ งในช วงเวลาด งกล าวเก ดฝนตกหน กและเก ดอ ทกภ ยข น ท าให ผ ร บเหมา ไม สามารถปฏ บ ต งานให เป นไปตามแผนปฏ บ ต การได เป นต น (3.4.4) สาเหต หลายล กษณะ (Mixed Factor) เป นสาเหต ท ม ป จจ ยท ท าให เก ด ป ญหาหลายประการ และแต ละประการน นอาจเก ดป ญหาท เก ยวเน องก นหร อ ไม เก ยวเน องก น เช น นอกจาก การท โครงการล าช ากว าแผนท ก าหนด ซ งเก ดมาจากการส งมอบพ นท โครงการให ผ ร บเหมาก อสร างล าช า ท าให การก อสร างอย ในช วงฤด ฝน เป นเหต ให ผ ร บเหมาไม สามารถปฏ บ ต งานให เป นไปตามแผนได แล ว ย งเก ดจากการ ปฏ บ ต งานท ล าช าของก จกรรมอ นของโครงการด วย เป นต น (3.5) ข อเสนอแนะ (Recommendation) ค อ ข อค ดเห น/ความเห นเก ยวก บการปร บปร ง แก ไขหร อพ ฒนาการด าเน นงานให ม ประส ทธ ภาพย งข น อ นจะท าให บรรล ผลส มฤทธ ข อเสนอแนะ ควรสอดคล องและเป นเหต เป นผลสน บสน นซ งก นและก นก บสาเหต อย างไรก ตาม ผ ตรวจสอบภายในอาจขอ ความเห น/ข อเสนอแนะจากหน วยร บตรวจ ผ เช ยวชาญและหร อผ เก ยวข องก ได เพ อให ข อเสนอแนะน นม ค ณค า เป นท ยอมร บของท กฝ ายท เก ยวข องและสามารถน าไปปฏ บ ต ได ท งน ข อเสนอแนะท ด ควรม ล กษณะด งน (3.5.1) ระบ ให ช ดเจนว า อะไรท จ าเป นต องด าเน นการแก ไข ใครค อผ ร บผ ดชอบ ด าเน นการแก ไข และระยะเวลาท จะแก ไขให แล วเสร จ (3.5.2) เป นแนวทางการแก ไขสาเหต ของป ญหา/ผลกระทบท เก ดข นซ งควรสามารถ แก ไขป ญหาและลดความเส ยงได (3.5.3) สามารถปฏ บ ต ได และท นต อเหต การณ (3.5.4) ควรค าน งถ งต นท น/ค าใช จ ายในการปร บปร งแก ไขให เหมาะสม เป นไปได และสอดคล องก บป ญหา/ความเส ยง (3.5.5) ควรเข ยนในล กษณะสร างสรรค ก อให เก ดการปร บปร งแก ไขและเป น ประโยชน ต อหน วยร บตรวจ (4) บ นท กข อม ล เป นการน าข อม ลท ได จากข นตอนท (1) (3) มาบ นท กไว ในกระดาษท าการ โดยให ม รายละเอ ยดเพ ยงพอต อการสน บสน นผลการตรวจสอบในรายงานผลการปฏ บ ต งานท เสนอต อห วหน าส วน
6 ราชการ ท งน ผ ตรวจสอบภายในควรบ นท กข อม ลท ส าค ญ/จ าเป นและเก ยวข องก บเร องท ตรวจสอบ และ ระม ดระว งม ให ม การน าข อม ลท ไม ถ กต อง ไม สมบ รณ หร อไม ครบถ วนมาบ นท ก พร อมท งระบ แหล งท มาของ ข อม ลไว ด วย 4.3 การรายงาน เป นข นตอนการรวบรวมข อม ลต างๆ ท ได จากการปฏ บ ต งานตรวจสอบ ซ งได บ นท ก ไว แล วในกระดาษท าการ มาจ ดท ารายงานผลการปฏ บ ต งาน โดยส วนประกอบของรายงานผลการปฏ บ ต งาน ตรวจสอบการด าเน นงาน แบ งออกเป น 2 ส วน ค อ ส วนท 1 บทสร ปส าหร บผ บร หาร เป นข อความโดยย อ เก ยวก บผลการปฏ บ ต งานตรวจสอบของผ ตรวจสอบภายใน และส วนท 2 รายละเอ ยดผลการตรวจสอบ เป น รายละเอ ยดเก ยวก บผลการตรวจสอบ ซ งม ข นตอนการจ ดท ารายงาน ด งน (1) รวบรวมข อม ล จากกระดาษท าการต างๆ ท ได บ นท กข อม ลผลการตรวจสอบและสร ป ประเด นข อตรวจพบไว รวมท งสอบทานความถ กต องของข อม ลด งกล าว (2) ค ดเล อกข อม ลท รวบรวมได มาพ จารณาจ ดล าด บและค ดเล อกว าข อตรวจพบใดเป นป ญหา ท ม ความส าค ญและไม ม ความส าค ญ โดยรายงานผลการปฏ บ ต งานควรรายงานเฉพาะข อตรวจพบท เป นป ญหาท ส าค ญ ส าหร บป ญหาท ไม ม ความส าค ญควรช แจงให หน วยร บตรวจน าไปปร บปร งแก ไขให ถ กต องต อไป (3) ร างรายงาน ผ ตรวจสอบภายในควรจ ดท าร างรายงานข นก อน เพ อตรวจสอบความ ถ กต องและครบถ วนของรายงาน แล วน าไปหาร อก บหน วยร บตรวจ เพ อหาร อป ญหาท เก ดข นหร ออาจจะ เก ดข นภายหล ง และแลกเปล ยนความค ดเห นในการแก ไขป ญหาด งกล าวให ด ท ส ดต อหน วยร บตรวจ ซ งเป น การสร างส มพ นธภาพท ด ระหว างผ ตรวจสอบภายในและผ ร บตรวจ และท าให รายงานน าไปส การปฏ บ ต ตาม ข อเสนอแนะได อย างม ประส ทธ ภาพ (4) เสนอรายงาน หล งจากท ได หาร อก บหน วยร บตรวจแล ว ควรจ ดท ารายงานฉบ บสมบ รณ เสนอต อห วหน าส วนราชการ เพ อร บทราบข อเท จจร งท เก ดข นและพ จารณาส งการตามท เห นสมควรต อไป ป จจ ยเสร มความส าเร จของการรายงานผลการปฏ บ ต งาน 1) รายงานในเร องท ม ความส าค ญและม ค ณค าต อส วนราชการ รวมท งข อเสนอแนะต องเป น ประโยชน และสามารถน าไปปฏ บ ต ได 2) การตรวจสอบควรให ท กฝ ายได แสดงความค ดเห นและม ส วนร วมในการตรวจสอบ ซ ง จะช วยให รายงานเป นท ยอมร บและจ งใจให แก ไขป ญหาร วมก น 3) พ จารณาถ งประโยชน ท ผ ใช รายงานจะได ร บ หน วยร บตรวจอ านแล วเข าใจและสามารถ ปฏ บ ต ตามข อเสนอแนะของผ ตรวจสอบภายในได 4) รายงานควรเข ยนโดยค าน งถ งหล กการเข ยนรายงานท ด ได แก ความถ กต อง ครบถ วน ช ดเจน เท ยงธรรม ร ดก ม สร างสรรค และรวดเร ว
7 5) ผ ตรวจสอบภายในควรเตร ยมต วและหล กฐานอ างอ งให พร อมส าหร บ ค าถามหร อข อ โต แย งท ม ต อรายงาน โดยจะต องแสดงออกถ งความเท ยงธรรมเป นกลาง และการปฏ บ ต งานได ตามมาตรฐาน 4.4 การต ดตามผลการตรวจสอบ การต ดตามผลการตรวจสอบเป นการต ดตามผลการปร บปร งแก ไขป ญหาของหน วยร บตรวจตาม ข อเสนอแนะในรายงานการปฏ บ ต งานของผ ตรวจสอบภายใน ซ งข นตอนการต ดตามผลม ด งน ต ดตาม โดยค าน งถ ง โครงการ ก จกรรมน น (1) วางแผนการต ดตามผล ค อการก าหนดว ธ การต ดตามผลให สอดคล องก บเร องท จะ (1.1) สาระส าค ญของข อตรวจพบท ม ผลกระทบต อการด าเน นงานของส วนราชการ (1.2) ระยะเวลาในการต ดตามผล (1.3) บ คลากรท ใช ในการต ดตาม ควรเป นผ ตรวจสอบแผนงบประมาณ ผลผล ต (1.4) ค าใช จ ายก บความค มค าในการต ดตามผล (2) ด าเน นการต ดตามผล ค อว ธ การสอบทานการปฏ บ ต งานของหน วยร บตรวจว าเป นไป ตามการส งการหร อไม (3) รายงานผลการต ดตาม ค อการจ ดท ารายงานผลการต ดตาม โดยหากเป น การต ดตาม ผลตามปกต ควรรายงานผลการต ดตามไว ตอนท ายของรายงานผลการปฏ บ ต งาน คร งต อไปของผ ตรวจสอบ ภายใน แต หากเป นเร องจ าเป นและเร งด วน ผ ตรวจสอบภายในอาจจ ดท ารายงานผลการต ดตามและเสนอต อ ห วหน าส วนราชการ เพ อทราบและหร อพ จารณาส งการตามท เห นสมควรต อไป ท มา:- 1. กล มงานมาตรฐานด านการตรวจสอบภายใน กรมบ ญช กลาง, แนวปฏ บ ต การตรวจสอบภายใน ภาคราชการ การตรวจสอบการด าเน นงาน, ต ลาคม 2548 2. กล มตรวจสอบภายในระด บกระทรวง ส าน กงานปล ดกระทรวงการคล ง, แนวการท างานการ ตรวจสอบการด าเน นงาน, ก มภาพ นธ 2546 3. นายประจ กษ บ ญย ง ส าน กงานการตรวจเง นแผ นด น, การตรวจสอบการด าเน นงาน.
8 กระบวนการตรวจสอบการด าเน นงาน การวางแผน การวางแผนการตรวจสอบ 1. เล อกเร องหร อโครงการท จะตรวจสอบ 2. จ ดท มงานตรวจสอบ 3. ส ารวจข อม ลเบ องต น 4. ประช มเป ดตรวจ 5. ประเม นประส ทธ ภาพการควบค มภายใน 6. การวางแผนงานตรวจสอบ(Audit Program) การปฏ บ ต งาน การปฏ บ ต งานตรวจสอบ 1. รวบรวมข อม ล 2. ว เคราะห และประเม นผล 3. สร ปประเด นข อตรวจพบ 4. บ นท กข อม ล การรายงาน การต ดตามผล การรายงานผลการปฏ บ ต งาน 1. รวบรวมข อม ล 2. ค ดเล อกข อม ล 3. ร างรายงาน 4. เสนอรายงาน การต ดตามผล 1. วางแผนการต ดตามผล 2. ด าเน นการต ดตามผล 3. รายงานผลการต ดตาม